Unknow

คุณรู้มั้ยว่าโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ไม่ได้มีเพียงมิติเดียว...
มันประกอบไปด้วยหลายหลายมิติที่ซ้อนกันอยู่...

บางครั้ง บางคราว เวลาคุณส่องกระจก เงาในกระจกอาจไม่ใช่เงาคุณ...

บางครั้ง บางคราว ในสถานที่ ที่คุณผ่านประจำ คุณอาจพบร้าน หรือตึก ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน...

หรือบางครั้งคุณอาจจะเคยก้าวผ่านเข้าไปในดินแดนแห่งนี้....
ดินแดนหรือมิติลี้ลับ ที่ผมเรียกมันว่า "มิติพิศวง"

หึหึหึหึหึ....

คุณยังจำเรื่องของพลกับแหวนหยุดเวลาที่ผมเล่าให้คุณฟังครั้งก่อนได้มั้ย...
วันนี้ผมมีเรื่องจะเล่าให้คุณฟังอีกเรื่องหนึ่ง...
มันเกิดขึ้นในวันแม่...


วันที่ 12 สิงหาคม ของปี 2548

...................................
............................
....................


"บอม กินข้าวหรือยังลูก" เสียงของผู้เป็นแม่ถามลูกชายคนเดียวด้วยความเป็นห่วง...

เป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้วสินะ ที่ลูกชายของเธอขลุกตัวอยู่ในห้องกับคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่
บอมไม่ค่อยได้พูดได้คุยกับเธอเหมือนเมื่อครั้งที่เขาเป็นเด็กตัวเล็กๆ

เด็กตัวเล็กๆที่ชื่อ บอม เป็นเด็กน้อยที่ช่างพูดและน่ารักมาก....
เขาช่างซักช่างถามและพูดไม่หยุด แต่ผู้เป็นแม่ก็ไม่เคยเหนื่อยเลยที่จะตอบคำถามของลูกซ้ำๆ..

ก็อก ก็อก ก็อก

เธอตัดสินใจ เคาะประตูห้องลูกชายที่ล็อคอยู่
"หิวมั้ย...."
แต่ยังไม่ทันขาดคำเสียงลูกชายของเธอก็ดังสวนขึ้นมา...

"โอ้ยแม่ อะไรนักหนา น่ารำคาญ บอกว่าหิวแล้วจะลงไปกินเองไง พูดรู้เรื่องมั้ยเนี่ย"
น้ำเสียงแสดงถึงความรำคาญนั่นมันทำให้ผู้เป็นแม่อดที่จะน้อยใจไม่ได้...

วัยรุ่นก็ยังงี้แหละ.. เธอคิดปลอบใจตัวเอง
และลงมานั่งทานข้าวเงียบเงียบคนเดียว....


อีก 5 นาทีจะ 5 ทุ่ม
เธอได้ยินเสียงบอมเดินลงบันไดมา...

"บอม หิวหรือยังลูก"

"เด๊ว บอมออกไปกินข้าวนอกบ้านแม่ เพื่อนโทรมาเมื่อกี้น่ะ"

"อย่ากินเหล้าเยอะนะลูก เดี๋ยวต้องขับรถ" เธอเตือนลูกชายด้วยความเป็นห่วง

"รู้แล้วน่าแม่ ขี้บ่นจริง ไม่ต้องรอนะ เดี๋ยวอาจจะกลับตอนเช้า"
บอมตอบกลับ พร้อมกับเดินออกจากบ้านไป...

...................................
............................
....................

ถนนสายนี้บอมชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี เพราะขับรถผ่านเกือบทุกวัน
ซึ่งระหว่างทางนั้น มันต้องลอดอุโมงค์ที่เจาะขึ้นเพื่อระบายปัญหารถติดในตอนกลางวัน...

แต่ในตอนกลางคืนเช่นนี้... ถนนนี้มันช่างโล่งยิ่งนัก...

วันนี้เป็นคืนวันแม่...
มันไม่แตกต่างกับวันอื่นๆ มากมายนักหรอก
บอมอยู่กับแม่เพียง 2 คน เพราะว่าพ่อของบอมต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัด..

มันเหงาจะตาย...
รีบไปหาเหล้ากินที่บ้านเพื่อนดีกว่า
คิดได้ดังนั้นบอมก็เหยียบคันเร่งอย่างเมามันส์...


ถ้าใครอยู่แถวนั้นในวันนั้น
คงเห็นรถสีดำของบอมคันนั้นทะยานพุ่งลงอุโมงค์ด้วยความเร็ว...


และหายเข้าไปในอุโมงค์.....

...................................
............................
....................

บอมเห็นแสงสว่างจ้าเหมือนแสงของดวงอาทิตย์อยู่ที่ปลายอุโมงค์
แสงนั่นมันแยงเข้าตาเขาจนตาพร่า...

แสงอะไรวะ... บอมนึกในใจ

เขายกที่บังตาลงมาเพื่อปิดแสงนั่น
และเมื่อเขาขับรถผ่านพ้นอุโมงค์ออกมา เขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าถนนสายนี้มันเปลี่ยนไป!!

จากถนน 4 เลน ใหญ่...
มันกลับเหลือแค่ 2 เลน ที่ให้รถวิ่งสวนกัน..

ไฟถนนก็ไม่มีแม้ซักดวง...

ข้างทางมีแต่หญ้ารกและป่าที่ขึ้นอยู่เต็มไปหมด....

สมองของบอมคิดย้อนกลับไปถึงตอนพ่อกับแม่บอมคุยกัน...

"ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าแถวบ้านเรามันจะเจริญได้ขนาดนี้เมื่อก่อนนี้ยังเป็นดงอยู่เลย...."

บอมมองที่นาฬิกาในรถยนต์ ซึ่งมันบอกเวลา 5 ทุ่มกว่า...
และมันก็หยุดนิ่งอยู่อย่างนั้น....

เขาตัดสินใจกลับรถ มุ่งตรงไปยังบ้าน...
แม้เส้นทางจะเปลี่ยนไป แต่เส้นหลักๆ ก็ยังคงพอจะทำให้เขาคลำทางกลับบ้านได้ถูก...

บ้าน... บ้านของเขาตอนเด็กยังไม่ใหญ่แบบทุกวันนี้
พ่อและแม่ของเขาช่วยกันต่อเติมมันทีละน้อย

ตอนนี้เขากลับมาถึงบ้านของเขาแล้ว...
มันเป็นบ้านชั้นเดียว หลังเล็กๆ
ถนนหน้าบ้านเขายังเป็นทางเล็กๆ ที่รถไม่สามารถเข้าไปได้
เขาจึงจอดรถไว้ และตัดสินใจเดินเข้าไป...

มีแสงไฟริบหรี่ลอดออกมาจากห้องห้องหนึ่ง...
เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ๆ จึงได้ยินเสียงเด็กคนนึงร้อง...

มันเป็นเสียงของเด็กทารกน้อยๆ คนนึง ที่แม้จะดึกดื่นเพียงใดก็ยังคงร้องให้ ไม่ยอมหลับนอน
ในเสียงร้องให้นั้น มีเสียงปลอบโยนของผู้ที่เป็นแม่ของเด็กแว่วมาไกลๆ

เขาตัดสินใจเดินเข้าไปดูใกล้ๆ...

และก็เห็นภาพแม่ของเขากำลังอุ้มเด็กทารกนั่นอยู่...

แม่ของเขาตอนสาวๆ..

และเด็กทารกคนที่แม่อุ้มอยู่นี่ก็คือตัวของบอมตอนเล็กๆนั่นเอง...

แม่ไม่หลับไม่นอนและใช้เวลาอุ้มเขาอยู่นาน...
นานจนเขาหลับไปในอ้อมกอดอันอบอุ่นนั้น...

เขามองเห็นแผ่นหลังของแม่...
ที่แผ่นหลังเล็กๆ นั่น เขามองเห็นความอบอุ่น...
ความรัก... ความห่วงใย... ที่เขามองข้ามมันไปเป็นเวลานาน...

บอมตัดสินใจวิ่งกลับไปที่รถ...
และขับออกไปจากที่นั่นเพื่อไปยังถนนสายเล็กๆ ที่ที่ทำให้เขามายังที่แห่งนี้...

บอมขับรถด้วยความเร็ว...
และเมื่อไปถึงถนนที่เดิมตรงนั้น...

เค้าก็ได้พบว่า...

มันไม่มีอุโมงค์!!

อุโมงค์ยังไม่ได้สร้าง....


บอมน้ำตาไหลและคิดภาวนาว่าเพียงขอให้เขากลับไปได้...


เขาจะไม่ไปบ้านเพื่อนอีกแล้ว...


บอมจะกลับบ้าน...


กลับไปกราบเท้าแม่...


สักครั้ง...


และในขณะนั้นเองบอมก็ได้เห็นแสงสว่างจ้าอีกครั้ง.....

...................................
............................
....................

รถสีดำของบอมผ่านพ้นอุโมงค์นั่นออกมาแล้ว...
แสงอาทิตย์สว่างจ้า....

บอมมองดูนาฬิกา มันเป็นเวลา 10:00 โมงของเช้าวันใหม่!!

นี่เราหายไปนานขนาดนี้เลยหรือเนี่ย....

บอมรีบกลับรถแล้วมุ่งตรงไปที่บ้านของเขาทันที....

...................................
............................
....................

เมื่อไปถึงบริเวณบ้าน...
บอมกลับต้องแปลกใจที่บ้านเขาตอนนี้มีคนอยู่เต็มไปหมด...

เขารีบจอดรถและวิ่งลงไป...

เสียงของผู้คนมากมายคุยกันฟังไม่ได้ศัพท์....

"โจรมันโหดนะเธอ ฆ่าปาดคอเลย"

"ลูกชายเค้าไปไหนเนี่ย ทิ้งแม่ให้อยู่คนเดียวแบบนี้ แย่จริงจริง"

บอมรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน...


แล้วเขาก็พบกับร่างที่ไร้ลมหายใจของแม่ นอนจมกองเลือดอยู่ในห้องนอน...


บอมค่อยๆนั่งลง...
แล้วก้มกราบแทบเท้าของแม่...


เป็นครั้งสุดท้าย.....


วราห์ชา
http://www.uncensor-team.com
3 สิงหาคม 2548

บทส่งท้าย


เป็นยังไงบ้างครับเรื่องของบอม....
แม่ของเขาโดนขโมยที่มาขึ้นบ้านฆ่าตายในวันที่บอมไม่อยู่น่ะครับ...

บอมคงคิดว่าเป็นเพราะเขาทิ้งให้แม่อยู่คนเดียว...

บอมคงโทษตัวเองน่ะครับ...

เพราะหลังจากนั้นเวลา 5 ทุ่ม ของทุกวัน...
จะมีหลายคนเห็นรถสีดำของบอมวิ่งผ่านอุโมงค์นั้นเป็นประจำ...

เขาคงหวังอยู่ลึกลึกว่าอุโมงค์นั่นจะพาเค้ากลับไปยังอดีตแบบคราวก่อน...

แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นหรอกครับ....

เพราะที่ที่เขาเคยผ่านเข้าไปนั่นมันคือ "มิติพิศวง"

หึหึหึหึหึหึ

นี่เป็นครั้งที่สองแล้วสินะ ที่พลได้มาเจอร้านขายของเก่านี้โดยบังเอิญ...


พลยังจำได้ดีเมื่อเขามาพบร้านนี้ครั้งแรก เมื่อประมาณสามเดือนที่แล้ว...


ร้านนี้ เป็นร้านขายของเก่า ที่มีแต่ของแปลกๆ สวยๆ
บรรยากาศในร้านดูวังเวงชอบกล...
และที่แปลกยิ่งกว่านั้น คือ พลไม่เห็นมีใครเดินผ่านไปมาหน้าร้านเลย
ทั้งทั้งที่ตลาดนัดสวนจตุจักรเป็นที่ ที่มีคนเดินพลุกพล่าน!!


พลพบร้านนี้โดยบังเอิญ เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาเดินมาทางไหน...
แต่สิ่งที่ทำให้เขาจดจำร้านนี้ได้ดีนัก ก็คือ...

แหวนเงิน วงนั้น...

และ..

หุ่นโชว์ตัวนั้น...

หุ่นโชว์ตัวนั้นตั้งอยู่หน้าร้าน
ที่แปลกก็คือปรกติมันไม่น่าจะมาอยู่ในร้านแบบนี้ คือมันน่าจะอยู่ในร้านเสื้อผ้ามากกว่า..
ที่นิ้วชี้ของมือข้างขวาของหุ่นตัวนั้นมีแหวนเงินวงหนึ่งอยู่..

เป็นแหวนที่สวยมาก...
เมื่อพลเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าที่แหวนวงนั้นมีปุ่มเล็กๆอยู่ ทำจากทองเหลือง...

และที่แปลกไปยิ่งกว่านั้น..
คือหุ่นโชว์ตัวนี้เหมือนคนมาก...

เหมือนคนที่กำลังหายใจอยู่...

ในตอนนั้นพลได้พบกับเจ้าของร้านซึ่งเป็นชายแก่คนนึง..
เขาได้ถามถึงราคาของแหวนเงิน วงนั้น..
แต่วันนั้นพลนำเงินไปไม่พอ...

หลังจากนั้นอาทิตย์ต่อมา พลได้มาเดินที่จตุจักรอีก
แต่ก็ไม่พบร้านนั้นอีกเลย

จนกระทั่งวันนี้.....


พลเดินเข้าไปดูแหวนเงินวงนั้นใกล้ๆ
และรู้สึกว่ายิ่งดู ก็ยิ่งสวย...

"อ้าว พ่อหนุ่มวันนี้จะมาซื้อแหวนแล้วใช่มั้ย" เสียงชายแก่เจ้าของร้านเดินออกมาถาม

พลจ่ายเงินให้แก่ชายคนนั้น

ชายแก่ดึงแหวนเงินวงนั้น ออกจากนิ้วของหุ่นโชว์ แล้วส่งมันให้กับพล..
พลรับแหวนวงนั้นแล้วสวมเข้าที่นิ้วก้อย มือขวา ได้แบบพอดีเป๊ะ..

"3 ครั้ง"

"อะไรนะครับ" พลเอ่ยถามชายแก่เจ้าของร้าน

"อย่ากดปุ่มทองเหลืองนั่น เกิน 3 ครั้ง"

พลเดินออกจากร้านมาแบบ งง งง


........................
...................
.............

1 อาทิตย์หลังจากพลได้เป็นเจ้าของแหวนวงนั้น..
ทุกสิ่งดำเนินอย่างเป็นปรกติเหมือนเช่นเคย

จนมาถึงวันนี้...

พลนั่งดูทีวีอยู่ในห้องเพียงลำพังเหมือนเช่นทุกครั้ง..
ตอนนี้เขากำลังดูการถ่ายทอดสด การชกมวยป้องกันแชมป์ ของคนไทยคนนึงอยู่..

พลนั่งลุ้น เอามือถูกันไปมา...
จนมือของเขาไปโดนปุ่มทองเหลือง ที่อยู่บนแหวนนั่น...

ภาพในทีวีหยุดนิ่งเหมือนมีคนกดปุ่ม stop เอาไว้
ไอ้บ้า.. แต่นี่มันถ่ายทอดสดนี่หว่า!!

พลตกตะลึง..

เค้าหันไปมองนาฬิกาที่แขวนบนผนังห้อง..
และพบว่ามันหยุดเดิน...

ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่งไปหมด...
ยกเว้นตัวเขา...

พลวิ่งออกไปที่ระเบียงและมองลงไปข้างล่าง..
ทุกคนหยุดนิ่งอยู่กับที่

พลเห็นแม้กระทั่งแมลงวันตัวนึงที่มันหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศแต่ก็ไม่ตกลงมา...

เวลาผ่านไปประมาณ 5 นาที..

ทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาพปรกติ...

ต้องเป็นเพราะ แหวน แน่แน่...

มันสามารถหยุดเวลาได้!!

พลคิดในใจ...

คิดได้ดังนั้นพลรีบลุกขึ้นแต่งตัวออกไปนอกบ้านพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ใบหนึ่ง
เขามุ่งหน้าไปยัง ร้านทองหน้าปากซอย...
ซึ่งอยู่ไม่ไกลที่พักของเขามากนัก

พลมองเข้าไปในร้าน...
พร้อมกับเอานิ้วกดไปที่ปุ่มทองเหลืองเล็กเล็กข้างแหวนนั่น...


ทุกสิ่งรอบตัวเขาหยุดลงอีกครั้ง...


พลเดินเข้าไปในร้านทอง
และใช้เวลา 5 นาที ที่มี กวาดทองในร้านใส่กระเป๋าใบใหญ่นั่น...

แล้วรีบวิ่งออกจากร้านให้ไวที่สุด...


5 นาที ผ่านไป..


เค้าก็วิ่งมาถึงหน้าอพาร์ทเมนท์ของเขาพอดี...


คนรอบๆตัวเขาเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง...


พลเดินถือกระเป๋าที่มีแต่ทองเต็มกระเป๋าขึ้นไปยังห้องพัก...

2 ครั้งแล้วสินะ....

เหลืออีก 1 ครั้ง ตามที่ชายแก่เจ้าของร้านคนนั้นบอก...

พลไม่รู้หรอกว่าถ้ากดเกิน 3 ครั้ง มันจะเป็นยังไง..
แต่เขาก็ไม่อยากที่จะลอง

พลคิดไว้แล้วว่าครั้งสุดท้าย เขาจะใช้เมื่อถึงคราวจำเป็นเท่านั้น...


แต่เขาไม่คิดเลยว่า...


อีก 2 วันต่อมาเขาจะได้กดปุ่มทองเหลืองนั่นอีกครั้งนึง!!

มันเป็นตอนกลางคืน...
วันนี้พลออกมาเที่ยวผับกับเพื่อน...

ขณะที่ดื่นกินกันอยู่นั้น..
หนึ่งในกลุ่มเพื่อนที่ไปด้วยกันกับพล เกิดมีปากเสียงถึงขั้นชกต่อยกับโต๊ะข้างๆ

ขณะที่เหตุการ์ณกำลังชุลมุนอยู่นั้นเอง...
พลก็เหลือบไปเห็นอีกฝ่ายหนึ่งชักปืนออกมา...

คลิ๊ก!!


พลตัดสินใจกดปุ่มที่แหวนนั่นอีกครั้ง...

เพียงเพื่อจะวิ่งหนีเอาตัวรอด ออกมาจากที่นั่น โดยทิ้งเพื่อนไว้ตามลำพัง...


5 นาที ผ่านไป..
แม้พลจะวิ่งออกมาจากผับนั่นไกลแล้วก็ตาม
แต่เขาก็ยังได้ยินเสียงปืนดังขึ้น...


พลไม่สนใจด้วยซ้ำว่าใครจะตาย....

เขารู้แต่ว่าตัวเขาต้องรอด...

พลวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต..

จนกระทั่ง เขาได้ยินเสียงนึงดังขึ้น...


ปี้นนนนนนนนนนนนน

มันเป็นเสียงแตรของรถคันนึงที่วิ่งมาด้วยความเร็ว...
และกำลังจะพุ่งชนร่างของเขา...


โดยที่ยังไม่ทันได้คิดอะไร....


มือของพลกดเข้าที่ปุ่มนั่นอีกครั้ง โดยอัตโนมัติ...

ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดอยู่กับที่....

รถคันนั้น...

รถคันอื่นอื่น...

หรือแม้กระทั่ง...


ตัวของพลเอง...

พลกระดุกกระดิกไม่ได้...
แม้แต่ตาของเขาก็ไม่สามารถที่จะกระพริบได้...
มีเพียงสติเท่านั้นที่ยังคงอยู่ครบ...

ไม่เป็นไร...

5 นาที...

ขอแค่ 5 นาทีผ่านไป
พลจะเบี่ยงตัวหลบรถคันนี้ได้ทันก่อนที่มันจะชนเขา...


แต่ 5 นาทีนั้น มันดูเหมือนช่างยาวนานเหลือเกิน...
ทุกสิ่งทุกอย่างมันหยุด.. หยุดเหมือนจะเกิน 5 นาที ไปแล้ว...
หยุดเหมือนมันจะไม่มีวันกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกต่อไป...

ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะดับมืดลง...

.....................
................
...........

พลเห็นทุกอย่างชัดเจนขึ้นอีกครั้ง
เมื่อเขามายืนอยู่ในที่ที่นึง...

ที่ที่คุ้นตา...

หน้าร้านขายของเก่าที่เดิมนั่นเอง...

แต่เขายังคงไม่สามารถขยับไปไหนได้...

หุ่นโชว์ตัวนั้นหายไปแล้ว..

ตอนนี้คงมีแต่เขาเท่านั้นที่มายืนแทนที่ ตรงที่ที่หุ่นโชว์ตัวนั้นเคยยืนอยู่...

ชายหนุ่มคนนึงเดินเข้ามาในร้าน...

"ลุงครับ แหวนนี่ราคาเท่าไหร่ครับ"


วราห์ชา
www.uncensor-team.com
2 สิงหาคม 2548



โจ้
View full profile