-_

2009/Nov/28

 


 "พ่อไม่รักหนู...พ่อเกลียดหนู"

 ฉันจำประโยคนี้ได้ดี อาจเพราะว่ามันเป็นประโยคสุดท้ายที่ฉันได้มีโอกาสได้พูดกับพ่อ ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ ตั้งแต่ฉันอายุได้ประมาณแปดขวบจวบจนกระทั่งวันนี้ ที่ฉันมีอายุยี่สิบกว่าแล้วก็ตามที ทำไมน่ะเหรอ ? อาจเพราะตั้งแต่ฉันพูดประโยคนั้นกับพ่อไป พ่อก็ไม่เคยมาหาหรือติดต่อฉันอีกเลย

 ฉันอยู่กับพ่อมาตั้งแต่จำความได้ ใครหลายคนมักจะบอกว่าตัวเองจำเรื่องราวในตอนที่เป็นเด็กไม่ได้...ผิดกับฉัน นั่นอาจเป็นเพราะว่าฉันมีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อไม่มากนัก เพราะอย่างนั้นทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับพ่อฉันจึงจำมันได้ดี พ่อเคยเล่าให้ฉันฟังว่าฉันเป็นเด็กที่นอนหลับยากมาก พ่อต้องอุ้มฉัน เอาฉันขี่หลังแล้วร้องเพลงกล่อมอยู่เป็นนานสองนานกว่าฉันจะยอมหลับ แต่ถึงกระนั้นพอพ่อวางฉันลงบนเตียงทีไร ฉันก็ต้องตื่นมาลืมตาแป๋วทุกที... ฉันจำได้ถึงหนวดเคราของพ่อที่มักจะทำให้ฉันเจ็บในตอนที่พ่อหอมแก้มฉัน พ่อชอบกอด ชอบฟัด ชอบหอมฉันจนฉันรำคาญต้องไล่ให้พ่อไปโกนหนวดก่อนทุกครั้งไป... ฉันจำได้ว่าพ่อชอบพาฉันไปเล่นที่สนามเด็กเล่น พ่อจะเล่นกับฉันเหมือนเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน และชอบบอกให้ฉันกลับบ้านทั้งๆ ที่ฉันเองยังไม่อยากกลับอยู่เสมอ... พ่อเป็นนักเขียนและเป็นคนชอบดื่ม แม้ทุกครั้งฉันจะบอกพ่อให้พ่อเลิกดื่ม เลิกสูบบุหรี่ พ่อสัญญาแต่ก็ทำไม่ได้จนทำให้ฉันร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นพ่อผิดคำสัญญา...

 เมื่อตอนฉันอายุได้แปดขวบ แม่กับพ่อเลิกกัน แม่พาฉันมาอยู่ที่แมนชั่นแห่งหนึ่ง ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อกับแม่เลิกกัน จำได้เพียงแต่ว่าในตอนแรกที่แม่พาฉันออกมาอยู่ข้างนอก พ่อก็ยังมาหาฉันอยู่บ่อยๆ เราสองคนพ่อลูกยังคงหัวเราะ และเล่นกันเหมือนเดิม แต่หลังๆ พ่อก็เปลี่ยนไป... พ่อเริ่มไม่มาหาฉัน พ่อทำแค่เพียงโทรศัพท์มาหา และสุดท้ายฉันก็พูดประโยคนั้นออกไป...แล้วพ่อก็ไม่มาหาฉันอีกเลย

 "พ่อไม่รักหนู...พ่อเกลียดหนู"

 แม่พาฉันกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดแม่...นราธิวาส นั่นยิ่งทำให้ระยะทางระหว่างฉันกับพ่อห่างกันมากขึ้นไปอีก ฉันคิดถึงพ่อ...ฉันคิดในใจว่าถึงพ่อมาหาฉันไม่ได้ แค่พ่อโทรมาก็ยังดี...แต่พ่อก็ไม่เคยโทรมา และถึงแม้ว่าฉันอยากจะลืมพ่อเท่าไหร่ก็ตามที...แต่ฉันก็ไม่อาจทำได้ ไม่รู้ว่าทำไม?

 ฉันกำลังยืนอยู่ในบ้านของพ่อ...บ้านที่ฉันเองเคยอาศัยอยู่เมื่อตอนสมัยยังเด็กๆ พ่อเพิ่งเสียไปได้ไม่นานด้วยโรคมะเร็งปอด บ้านหลังนี้เป็นสมบัติชื้นเดียวที่พ่อมีอยู่ และท่านมอบให้ฉันหลังจากที่ท่านได้เสียไป มันเป็นบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ อยู่ในหมู่บ้านชานเมืองที่กรุงเทพ บ้านของพ่อเต็มไปด้วยต้นไม้ที่พ่อปลูก ทำให้บรรยากาศดูสงบและร่มรื่น...ฉันหยิบกุญแจและไขประตูบ้านเข้าไป

 ในบ้านของพ่อยังมีรูปของฉันตอนเด็กๆ แขวนอยู่เต็มไปหมด ทั้งรูปเดี่ยวและรูปที่พ่อถ่ายคู่กับฉัน บ้านของพ่อมีคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งตั้งอยู่กลางบ้าน และมีต้นฉบับหนังสือมากมายวางกองระเกะระกะอยู่เต็มไปหมด ไม่รู้ว่าอะไรเหมือนกันที่ทำให้ฉันตัดสินใจเสียบปลั๊กแล้วเปิดคอมพิวเตอร์ตัวนั้นดู... ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของพ่อมีไฟล์งานเขียนอยู่เต็มไปหมด แต่ไฟล์ที่ทำให้ฉันสนใจมันเป็นไฟล์เล็กๆ ที่มีชื่อว่า...

 "ถึงลูกรักของพ่อ"

 พ่อรู้ดีว่าพ่อไม่ใช่พ่อที่ดีที่สุดในโลก พ่ออาจทำให้หนูเสียใจ พ่อาจจะทำให้หนูร้องไห้มาตลอด... พ่อไม่โกรธถ้าหนูจะเกลียดพ่อ... แต่พ่ออยากบอกให้หนูรู้ไว้อย่างหนึ่ง นั่นคือความจริงที่ว่า...พ่อรักหนู

 พ่อเขียนจดหมายฉบับนี้แม้รู้ว่าหนูอาจจะไม่ได้อ่านมัน

 หนูอาจจะจำไม่ได้ แต่พ่อเคยบอกกับหนูว่า...พ่อกับแม่มีเหตุผลที่ทำให้ต้องเลิกกัน แต่ขอให้หนูจำไว้อย่างว่าพ่อกับแม่ต่างก็ยังรักหนูเหมือนเดิม... ในช่วงแรกที่พ่อกับแม่แยกทางกัน พ่อพยามที่จะคุยกับแม่...ขอให้พ่อได้มีโอกาสเจอหนูบ้าง แต่แม่ของหนูเป็นคนบอกให้พ่อเลิกไปหาเพราะอาจทำให้หนูต้องเสียใจเวลาที่พ่อต้องกลับบ้าน... หนูเชื่อมั้ยว่าพ่อร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นน้ำตาของหนูเวลาที่หนูร้องให้พ่ออยู่ต่อกับหนูอีกหน่อย... ตั้งแต่นั้นมาพ่อก็ยังพยามที่จะติดต่อหนูมาตลอด...แค่โทรศัพท์...แค่ได้ยินเสียงหนูก็ยังดี... พ่อไม่โกรธหนูหรอกนะที่วันนั้นหนูพูดกับพ่อว่า "พ่อไม่รักหนู...พ่อเกลียดหนู" เพราะว่าพ่อเข้าใจ... แต่หลังจากวันนั้นพอพ่อโทรไปหาหนูเมื่อไหร่ แม่ของหนูก็จะตัดสายทิ้งทุกครั้งไป....

 พ่อไม่ได้เจอหนูนานมากแล้ว ไม่รู้ว่าหนูยังจำอะไรที่เกี่ยวกับตัวพ่อได้บ้าง แต่พ่ออยากบอกหนูว่า พ่อจำทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับตัวหนูได้นะ...

 หนูเป็นเด็กที่นอนหลับยากมาก พ่อต้องอุ้มหนู เอาหนูขึ้นขี่หลังแล้วร้องเพลงกล่อมอยู่เป็นนานสองนานกว่าหนูจะยอมหลับ แต่พอพ่อวางหนูลงบนเตียงทีไร หนูก็ต้องตื่นมาลืมตาแป๋วทุกที...

 พ่อยังจำได้ว่าหนูชอบบอกว่าเจ็บเวลาที่พ่อหอมแก้ม...
 
 พ่อจำได้ตอนที่เราเล่นด้วยกันที่สนามเด็กเล่น...พ่อกับหนูมีความสุขมาก ถึงแม้ว่าตอนที่พ่อเรียกหนูกลับหนูจะงอแงทุกครั้งก็ตาม...

 และพ่อยังจำได้ ว่าหนูขอให้พ่อสัญญาว่าจะไม่สูบบุหรี่...ไม่กินเหล้า แต่พ่อก็ผิดคำสัญญาทุกที...พ่อขอโทษ

 พ่อรู้ตัวดีว่าอาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน จดหมายฉบับนี้พ่ออ้อนวอนขอกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตก่อนที่จะตาย... ขอให้หนูมีโอกาสได้อ่านมัน...เพื่อให้หนูได้รับรู้เอาไว้ว่า พ่อรักหนูเสมอ

 ขอให้หนูเป็นเด็กที่มีความสุขในชีวิต
 จากพ่อที่ไม่เอาไหน

 "พ่อไม่รักหนู...พ่อเกลียดหนู"

 ฉันคิดแบบนั้นเมื่ออ่านจดหมายของพ่อจบลง...ทำไมน่ะเหรอ? เพราะถ้าพ่อรักฉัน พ่อต้องเลิกกินเหล้า เลิกสูบบุหรี่... พ่อคงไม่ทำร้ายตัวเองจนทำให้พ่อต้องตายไปก่อนวัยอันควร... พ่อควรจะมีโอกาสได้อยู่จนถึงวันที่ฉันเข้าใจความจริง และรับรู้ได้ว่าพ่อนั้นรักฉันมากแค่ไหน...

 ฉันหยิบรูปของพ่อรูปหนึ่งที่แขวนไว้ลงมา มันเป็นรูปที่เราสองพ่อลูกถ่ายด้วยกัน ในรูปนั้นเราทั้งสองยิ้ม...และดูมีความสุขมาก ฉันค่อยๆ หยิบรูปนั้นมากอดไว้แนบอก...น้ำใสๆ เริ่มไหลออกจากตาทั้งสองข้าง...

 "พ่อจ๋า...หนูรักพ่อ"

 

 

28 พฤศจิกายน 2552
'วราห์ชา'

 

 

edit @ 29 Nov 2009 17:07:18 by กูหมี

2009/Nov/27

 


 คุณอยากรู้มั้ยว่าอะไรที่สามารถเปลี่ยนคนให้กลายเป็นปีศาจได้ ?

 มันเป็นคำถามที่ทำให้ผมหยุดชงักจากการเหนี่ยวไกปืน ในขณะที่ปากกระบอกของมัจจุราชสีดำกำลังกดลงที่กลางหน้าผากของคู่สนทนาอยู่ ณ ขณะนี้ เขาเป็นหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบกว่ารูปร่างหน้าดี มีอาชีพรับราชการเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัด ใครๆ ก็เรียกเขาว่า 'อาจาร์ยป้อง' มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นใหญ่เป็นโตก็หลายคน แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่กล่าวมาทั้งหมด เหตุผลที่ทำให้ผมกำลังจะลงมือสังหารเขาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้ คือเขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อคดีสะเทือนขวัญ สังหารเหยื่อด้วยวิธีที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์มาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ราย!!

 หน้าตาและแววตาของอาจาร์ยป้องยังคงปราศจากอารมณ์ใดๆ แม้ในขณะที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะตายได้ทุกเมื่อ เขานั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น มือทั้งสองถูกผมใช้กุญแจมือล็อคเอาไว้ เสื้อเชิ๊ตสีขาวที่เขาใส่ถูกชโลมด้วยเลือดของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจนกลายเป็นสีแดง เหยื่อรายสุดท้ายที่เขาจะมีโอกาสได้ฆ่าอยู่ตรงหน้าผม เธอเป็นหญิงสาววัยไม่เกินสามสิบเหมือนกับทุกรายที่ผ่านมาก่อนหน้า เสียชีวิตโดยการถูกเหล็กแหลมขนาดประมาณด้ามไม้กวาดเสียบทะลุตั้งแต่บริเวณช่องคลอดไปจนถึงปาก ก่อนที่จะถูกปักตรึงไว้กับพื้นดินราวกับฆาตกรกำลังต้องการจะประจานเหยื่อของตนให้โลกได้รับรู้ถึงความเหี้ยมโหดอำมหิตของมัน

"มึงทำแบบนี้ทำไม" ผมถามมันหลังจากเบือนหน้าออกจากเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายแล้ว
"คุณอยากรู้มั้ยว่าอะไรที่สามารถเปลี่ยนคนให้กลายเป็นปีศาจได้ ?" เขาย้อนถามผมกลับ ก่อนที่จะตอบคำถามของตัวเอง
"ความแค้นยังไงล่ะ ผู้กอง" ผมหัวเราะหลังจากที่ได้ฟังคำตอบจากเขา
"ความแค้นเหรอ พวกผู้หญิง 4-5 คนนี้ เขาไปทำอะไรให้มึงแค้นจนถึงกับต้องฆ่าแกงกันแบบนี้วะ?"

"ผู้กองมีลูกหรือยัง?" ผมนิ่งไปครู่นึงก่อนจะตอบว่ามี
"งั้นผู้กองก็คงรู้ดี ว่าความรักของพ่อที่มีต่อลูกนั้น มันมีมากมายขนาดไหน ถ้าใครมาทำให้ลูกผู้กองเจ็บ ผู้กองจะรู้สึกยังไง?"

 ผมเชื่อว่าความรู้สึกของผู้ที่เป็นพ่อแม่นั้นเหมือนกันทุกราย ความรักที่มีต่อลูกเป็นความรักที่ไม่มีเหตุผล ไม่ต้องการอะไรตอบแทน และหากใครมาทำให้ลูกของเราเจ็บ มันสมควรจะต้องเจ็บกว่าเป็นร้อยเป็นพันเท่า ถึงแม้ว่าลูกของเราจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม!! แน่นอนผมคิดแบบนี้ ผมบอกแล้วไงว่ามันเป็นความรักที่ไม่มี และไม่ต้องการเหตุผล อาจาร์ยป้องยิ้มน้อยๆ ราวกับจะล่วงรู้ถึงความคิดของผม

"แล้วผู้กองรู้มั้ย ว่าผมไม่ได้ฆ่าแต่ผู้หญิง เหยื่อรายแรกของผมเป็นผู้ชาย รุ่นราวคราวเดียวกันกับเหยื่อรายต่อๆ มาน่ะแหละ"

 สิ่งที่เขาพูดออกมาเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน จากแฟ้มคดีไม่เคยมีเหยื่อผู้ชายรายไหนที่ถูกฆ่าตายด้วยวิธีที่ผิดแปลกพิศดารหรือคล้ายกับเหยื่อของเขาอย่างเช่นรายหลังๆ และด้วยตัวเลขของผู้เสียชีวิตด้วยการถูกฆาตกรรมในทุกวันนี้ มันเยอะเสียจนผมจำได้ไม่หมดว่าใครเป็นใคร หรือในบางรายเราก็ยังตามจับตัวคนร้ายไม่ได้ด้วยซ้ำไป

"ผมเริ่มลงมือเมื่อสองปีก่อน ผมสะกดรอยตามมัน สืบดูชีวิตประจำวันของมัน ดูว่าช่วงไหนที่มันจะต้องอยู่คนเดียว วันนั้นผมแอบตามมันไป พอสบโอกาสผมก็โปะยาสลบแล้วก็พามันขึ้นรถของมันเอง ก่อนที่จะไปจอดในที่ลับตาคน แล้วผมก็ถามมัน...."

"ผมถามมันว่า มันจำได้มั้ยว่าเคยทำอะไรชั่วๆ ไว้กับใครบ้าง ผู้กองเชื่อมั้ย มันไม่ตอบผม มันทั้งร้องทั้งดิ้น ทั้งอ้อนวอน ให้ผมปล่อยมันไป บอกผมว่าจะให้เงินผมแล้วจะไม่แจ้งความหรือดำเนินคดีอะไรกับผมเลย ผมเลยคิดเอาเองว่ามันคงจะจำไม่ได้..."

 ที่ทุ่งร้างวันนั้น บรรยากาศคล้ายกับตอนนี้ที่อาจาร์ยป้องกำลังถูกปากกระบอกปืนจ่อหัวอยู่ ในรถเก๋งคันนั้น อาจาร์ยป้องจัดการมัดมือ มัดเท้า และปิดปากเหยื่อรายแรกที่เป็นผู้ชายอย่างดี จนมั่นใจแล้วว่าเหยื่อไม่มีทางจะต่อสู้หรือหนีไปไหนได้อีก ก่อนที่จะหยิบมีดเล่มเขื่องที่มีใบมีดแบบฟันปลาออกมา แล้วบรรจงตัดอวัยวะเพศของผู้เคราะห์ร้าย เหยื่อทั้งร้องทั้งดิ้นด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ไม่อาจหลีกหนีจากความตายไปได้

"หรือถ้ามันจำได้ว่ามันเคยทำอะไรไว้ ผมก็ยังคงจะฆ่ามันอยู่ดี" อาจาร์ยป้องตอบพร้อมกับรอยยิ้มสะใจ

 ผมจำได้แล้ว เหยื่อรายนั้นเป็นผู้ชาย ถูกตัดอวัยวะเพศและตายคารถของตัวเอง แต่เนื่องจากผู้ตายเป็นคนที่มีประวัติเจ้าชู้ ทางตำรวจเลยคิดว่าเป็นการฆ่าเพราะหึงหวง ตามสืบไปตามสืบมาก็จับ